การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า: แนวทางปฏิบัติเมื่อสัตว์เลี้ยงหรือคนถูกกัด

Last updated: 5 เม.ย 2568  |  97 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า: แนวทางปฏิบัติเมื่อสัตว์เลี้ยงหรือคนถูกกัด

  • การป้องกันในสัตว์เลี้ยง

    1.  ฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
          สุนัขและแมว :
               - เข็มแรก : อายุ 2-4 เดือน (ช่วงนี้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานเต็มที่)
               - เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันระยะยาว
               - กระตุ้นทุกปี : ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา การฉีดซ้ำช่วยป้องกันการติดเชื้อ
               - เหตุผลสำคัญ : หากสัตว์ติดเชื้อ เสี่ยงตาย 100% และแพร่เชื้อสู่คนได้
          ปศุสัตว์และสัตว์อื่นๆ :
               - เริ่มฉีดเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป
               - ตัวอย่าง : โค กระบือ แพะ แกะ ควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการระบาดในฟาร์ม

    2. ควบคุมประชากรสัตว์จรจัด
         ทำหมันสัตว์ :
               - ลดจำนวนสัตว์เร่ร่อนที่อาจเป็นพาหะนำโรค
               - ช่วยควบคุมการแพร่เชื้อในวงจรธรรมชาติ
         หลีกเลี่ยงอาหารคุมกำเนิด :
               - อาจทำให้สัตว์มีภาวะแทรกซ้อน เช่น มดลูกอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด
               - วิธีที่ดีกว่า : ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจับสัตว์จรจัดทำหมันและฉีดวัคซีน


  • ปฏิบัติเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกสัตว์สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด
    1.  ล้างแผลทันที
          - วิธีทำ : ใช้ สบู่และน้ำสะอาด ล้างแผลแรงๆ นาน 10-15 นาที
    ·     - เหตุผล : เชื้อไวรัสถูกทำลายด้วยสารลดแรงตึงผิวในสบู่ ลดโอกาสเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท 
     
    2. พาไปพบสัตวแพทย์
         - แบ่งการดูแลตามสถานะวัคซีนของสัตว์ :

    กลุ่มสถานะวัคซีนการปฏิบัติเหตุผล
    1ฉีดวัคซีนครบกักบริเวณ สังเกตอาการ 45 วันตรวจสอบว่าสัตว์ติดเชื้อหรือไม่ แม้มีภูมิคุ้มกัน
    2ไม่เคยฉีดวัคซีนกักบริเวณอย่างเข้มงวด 4-6 เดือน และฉีดวัคซีนภายใน 96 ชั่วโมงเชื้ออาจฟักตัวนาน 6 เดือน ต้องป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ
    3ฉีดวัคซีนไม่ครบกักบริเวณ สังเกต 45 วัน หรือ 6 เดือน (หากเกินกำหนด)ประเมินความเสี่ยงจากประวัติวัคซีนที่ไม่ชัดเจน
    4ไม่ทราบประวัติตรวจภูมิคุ้มกันก่อนตัดสินใจหลีกเลี่ยงการกักตัวนานโดยไม่จำเป็น

       - ผลร้ายหากละเลย : สัตว์อาจแพร่เชื้อให้คนและสัตว์อื่น หรือตายภายใน 7-10 วัน
     

  • ปฏิบัติเมื่อคนถูกสัตว์สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด
    1.  ล้างแผลทันที
           ขั้นตอน :
                  - ล้างแผลด้วย น้ำสะอาด จำนวนมาก
                  - ใช้ สบู่ถูแรงๆ เป็นเวลา 15 นาที
                  - ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน
            เหตุผล : ลดปริมาณเชื้อในแผลได้ >90%
    2.  ไปพบแพทย์ด่วน
           ต้องได้รับวัคซีนภายใน 24 ชั่วโมง :
                   - วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า : ฉีดทั้งหมด 4-5 เข็ม ตามโปรแกรม
                   - อิมมูโนโกลบูลิน : ฉีดรอบแผลเพื่อบล็อคเชื้อทันที
           หากแผลลึก :
                   - ห้ามเย็บแผลสนิท : แผลปิดสนิททำให้เชื้อเจริญเติบโตได้
                   - ปล่อยแผลเปิด : ให้ออกซิเจนช่วยยับยั้งเชื้อ
                   - ผลร้ายหากชะลอการรักษา : เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ไม่มียารักษา ผู้ป่วยเสียชีวิตภายใน 7-10 วัน


  • ข้อควรรู้เพิ่มเติม
    1. หลีกเลี่ยงสัตว์แปลกหน้า :
               - สัตว์ติดเชื้ออาจแสดงอาการ ไม่ชัดเจน เช่น ซึม ไม่กินอาหาร
               - สังเกตสัญญาณอันตราย : น้ำลายไหล กลืนลำบาก ตอบสนองไวต่อแสง/เสียง
    2. รายงานสัตว์สงสัยป่วย :
               - แจ้ง กรมปศุสัตว์ (โทร 063-225-6888) หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
               - ช่วยตัดวงจรการระบาดและป้องกันผู้เสียชีวิตเพิ่ม
    3. เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดชอบ :
              - ผิดกฎหมายหากปล่อยสัตว์ไปกัดผู้อื่น (พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ พ.ศ. 2557)
              - รับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา


  •  เป้าหมายการกำจัดโรค
     ประเทศไทยมุ่งมั่นกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดภายในปี 2030 โดย :
             1. ฉีดวัคซีนครอบคลุม ≥80% ของสัตว์เลี้ยง 
             2. สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน

    การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ เคร่งครัดและรวดเร็ว เป็นสิ่งสำคัญที่สุด! โรคพิษสุนัขบ้าไม่ใช่โรคที่รอได้ เพราะเมื่อแสดงอาการ ไม่มีทางรักษาหาย การป้องกันตั้งแต่ต้นทางด้วยการฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง และการดูแลแผลถูกวิธีหลังถูกกัด คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย "ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า" ตามแนวทางของ WHO และ OIE

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้