แมวกลุ่มไหนเสี่ยงบ้างที่ทำให้เกิดภาวะลมแดด หรือ Heat Stroke ได้ง่าย
1. แมวพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic Breeds)
ตัวอย่างพันธุ์ : เปอร์เซีย (Persian), เอ็กซ์ซอติกชอร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair), เฮมาลายัน (Himalayan)
สาเหตุ : โครงสร้างใบหน้าสั้น ทำให้ทางเดินหายใจแคบ หายใจลำบาก และระบายความร้อนโดยการหอบได้ไม่เต็มที่
2. แมวน้ำหนักเกินหรืออ้วน (Overweight/Obese Cats)
สาเหตุ :
- ไขมันสะสมเป็นฉนวนกักเก็บความร้อน
- ระบบเผาผลาญทำงานหนักขึ้น ทำให้สร้างความร้อนภายในร่างกายมาก
- มักเคลื่อนไหวน้อยลงและหลบร้อนไม่ทัน
3. แมวสูงอายุหรือลูกแมว (Senior Cats/Kittens)- แมวสูงอายุ : ระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจเสื่อม ควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ด
- ลูกแมว : ระบบระบายความร้อนยังพัฒนาไม่เต็มที่
4. แมวที่มีโรคประจำตัว- โรคหัวใจหรือระบบหายใจ : เช่น โรคหัวใจโต (HCM) หลอดลมตีบ (Asthma)
- โรคไตหรือตับ : ร่างกายขาดสมดุลน้ำและแร่ธาตุ
- ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) : สร้างความร้อนภายในร่างกายมากผิดปกติ
5. แมวขนยาวหรือขนหนา (Long-haired Cats)- ตัวอย่างพันธุ์ : เมนคูน (Maine Coon), เปอร์เซีย (Persian)
- สาเหตุ: ขนหนาทำให้ระบายความร้อนช้า โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น
6. แมวที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเสี่ยง- อยู่ในพื้นที่ร้อนอับ : เช่น ห้องปิดไม่มีเครื่องปรับอากาศ รถยนต์ที่จอดตากแดด
- ไม่มีน้ำดื่มเพียงพอ : ทำให้ร่างกายขาดน้ำและระบายความร้อนไม่ได้
- ถูกขังในกรงหรือกระเป๋าเดินทาง : อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
7. แมวที่มีประวัติเครียดง่าย (Stress-prone Cats)- สาเหตุ : ความเครียดทำให้อัตราการเผาผลาญและอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
- สถานการณ์กระตุ้น : เช่น การเดินทาง ถูกจับอาบน้ำ หรือเจอเสียงดัง
8. แมวที่เพิ่งฟื้นจากอาการป่วยหรือผ่าตัด- สาเหตุ : ร่างกายอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ควบคุมอุณหภูมิได้ไม่ดี
...อย่าลืมว่าแมวกลุ่มเสี่ยง 80% ที่เกิด Heat Stroke มักไม่รอด หากส่งคลินิกช้ากว่า 1 ชม.!!!