10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ที่คนเลี้ยงสัตว์มักเข้าใจผิด!

Last updated: 5 เม.ย 2568  |  99 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ที่คนเลี้ยงสัตว์มักเข้าใจผิด!

               บทความนี้ใช้คำชี้แจงตามหลักวิทยาศาสตร์และข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ( World Health Organization, WHO ) / องค์กรดุแลสุขภาพสัตว์และควบคุมโรคสัตว์ในระดับสากล ( World Organisation for Animal Health ,OIE)


1.  " สัตว์เลี้ยงอยู่ตัวเดียวในบ้าน ไม่ต้องฉีดวัคซีนก็ปลอดภัย "

  • ความจริง : X เสี่ยงติดเชื้อได้
    o   สัตว์เลี้ยงอาจหลุดออกไปนอกบ้านหรือสัมผัสสัตว์จรจัดโดยไม่รู้ตัว

    o   เชื้อพิษสุนัขบ้าติดต่อผ่าน น้ำลาย แม้แผลเล็กน้อย เช่น การกัดหรือข่วน
    o   วิธีป้องกัน : ฉีดวัคซีนทุกปี ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์


2. " โดนสัตว์กัดแล้วไม่ต้องรีบไปพบแพทย์ ถ้าวันนี้ไม่ว่าง รอพรุ่งนี้ก็ได้ "

  • ความจริง : X อันตรายถึงชีวิต!
    o  เชื้อไวรัสเข้าสู่ระบบประสาทได้ภายใน 24-72 ชั่วโมง

    o  การฉีดวัคซีน วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ( Rabies Vaccine) และเซรุ่ม Rabies Immunoglobulin: RIG ต้องเริ่มภายใน 24 ชั่วโมงหลังถูกกัด
    คำแนะนำ : ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ 15 นาที แล้วไปพบแพทย์ทันที

3. " แค่น้องหมาเลียมือ ไม่เห็นต้องตกใจ "
  • ความจริง : X เสี่ยงติดเชื้อหากมีแผล!
    o  เชื้อพิษสุนัขบ้าอยู่ในน้ำลายสัตว์ หากมือมีแผลถลอกหรือรอยขีดข่วน เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้
    วิธีป้องกัน : ล้างบริเวณที่ถูกเลียบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ และสังเกตอาการสัตว์

4. " สัตว์ที่ดูปกติ ไม่มีอาการดุร้าย แปลว่าไม่ติดเชื้อ "
  • ความจริง : X สัตว์ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการนาน 3-12 สัปดาห์
    o  เชื้ออยู่ในน้ำลายได้ 3-10 วันก่อนแสดงอาการ
    o  สัตว์อาจตายกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน

5. " โรคพิษสุนัขบ้าเกิดเฉพาะในสุนัข ไม่เกี่ยวกับแมวหรือสัตว์อื่น "
  • ความจริง : X สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดติดเชื้อได้
    o  แมว หนู กระรอก ค้างคาว ลิง ฯลฯ เป็นพาหะได้เช่นกัน
    ข้อมูล WHO : 99% ผู้ป่วยคนติดเชื้อจากสุนัข แต่ 1% มาจากสัตว์อื่น

6. " แผลเล็กมาก ไม่ล้างก็ไม่เป็นไร "
  • ความจริง : X แผลทุกขนาดต้องล้างทันที!
    o  เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่าน เยื่อเมือกหรือรอยขีดข่วน
    วิธีล้างแผลถูกต้อง : ใช้สบู่กับน้ำสะอาดถูแรงๆ นาน 15 นาที

7. " สัตว์ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ต้องกักตัวหลังถูกกัด "
  • ความจริง : X ต้องกักสังเกตอาการ 45 วันเสมอ
    o  วัคซีนอาจไม่ได้ประสิทธิภาพ 100% หากสัตว์มีภูมิคุ้มกันต่ำ
    ข้อมูล OIE : แม้สัตว์ได้รับวัคซีนครบ ต้องกักตัวเพื่อความปลอดภัย

8. " โรคพิษสุนัขบ้ารักษาหายได้ "
  • ความจริง : X เมื่อแสดงอาการ = เสียชีวิต 100%
    o  มีเพียงอย่างเดียวที่ทำได้ คือ การป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ( Post-Exposure Prophylaxis,PEP)
    o  สำหรับโรคพิษสุนัขบ้า ต้องฉีดยา  2 ชนิดควบคู่กัน ภายใน 24 ชั่วโมงหลังถูกกัด ดังนี้:
                 1.  วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine)
                       - จำนวนเข็ม : 4-5 เข็ม (ขึ้นอยู่กับโปรแกรมของแพทย์)
                       - ตัวอย่างโปรแกรม : ฉีดวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 28
                       - วิธีทำงาน : กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส
                       - เหตุผลต้องฉีดหลายเข็ม : เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงพอที่จะยับยั้งเชื้อก่อนเข้าสู่ระบบประสาท
                      2. อิมมูโนโกลบูลิน (Rabies Immunoglobulin: RIG)
                            - วิธีฉีด : ฉีดรอบแผลและเข้ากล้ามเนื้อ
                            - วิธีทำงาน : ให้แอนติบอดีสำเร็จรูปเพื่อป้องกัน เชื้อทันทีไม่ให้เข้าสู่ระบบประสาท ก่อนที่วัคซีนจะออกฤทธิ์


9. " สัตว์จรจัดไม่มีประโยชน์ ควรกำจัดทิ้ง "
  • ความจริง: X ต้องควบคุมด้วยการฉีดวัคซีนและทำหมัน
    o  การฆ่าสัตว์จรจัดไม่ช่วยลดการระบาด แต่ทำให้สัตว์ไม่ได้รับวัคซีน
    ข้อมูล WHO : การฉีดวัคซีนสัตว์จรจัด ≥80% ในพื้นที่ ช่วยหยุดวงจรการแพร่เชื้อ

10. " ช่วงไหนสัตว์ไม่กัด ไม่ต้องระวังโรคพิษสุนัขบ้า "
  • ความจริง : X โรคนี้เกิดได้ทุกฤดู!
    o  การติดเชื้อขึ้นกับ การถูกกัด/ข่วน ไม่เกี่ยวกับอากาศร้อนหรือหนาว
    o  สัตว์ติดเชื้ออาจแพร่เชื้อได้ตลอดปี

ความเชื่อผิดๆ เหล่านี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า การเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และสัตวแพทย์ คือ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด! 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้